ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
Choose your location
Select the location and the language that you prefer

main content, press tab to continue

ผลตอบแทน ผลประโยชน์ และการสร้างสรรค์ประสบการณ์พนักงาน คือ สิ่งที่องค์กรต้องรับมือจากผลกระทบของอัตราเงินเฟ้อ

ผู้เขียน

Edward Hsu
10 November 2022

องค์กรและพนักงานทั่วโลกต่างเผชิญกับแรงกดดันที่เป็นผลกระทบจากอัตราเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เช่น เมื่อเดือนกันยายน 2022 ราคาสินค้าอุปโภคบริโภคในสหรัฐอเมริกาเพิ่มขึ้นถึง 8.3% สูงกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้มาก สหราชอาณาจักรเองก็เผชิญกับราคาสินค้าอุปโภคบริโภคที่เพิ่มขึ้น 10.1% ซึ่งพุ่งสูงสุดในรอบ 40 ปี

แรงกดดันทางเศรษฐกิจเช่นนี้ยังไม่ได้ส่งผลกระทบทั่วเอเชียแปซิฟิกมากนัก ตลาดหลายแห่งในภูมิภาคยังคงมองว่ามีโอกาสเติบโต แต่ทว่าก็ยังคงระมัดระวังตัวอยู่ โดยคาดว่าในปี 2022 ดัชนีผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในของเอเชียแปซิฟิกจะเติบโตเฉลี่ย 4.3% และ 3.5% ในปี 2023 และคาดว่าดัชนีราคาผู้บริโภคจะลดลงเหลือ 2.5% ในปี 2023 จาก 4% ในปีนี้

นอกจากนี้แล้ว อัตราการว่างงานในภูมิภาคยังลดลงอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2019 โดยคาดว่าจะลดลงเหลือ 4.1% ในปี 2023 จาก 5.2% ในปี 2022 ควบคู่ไปกับการเติบโตทางเศรษฐกิจที่มั่นคงและความต้องการด้านบุคลากรที่มีความสามารถสูงในภูมิภาค โดยข้อมูลของรายงานการสำรวจการวางแผนงบประมาณเงินเดือนปี 2022 ของ WTW (ฉบับเดือนกรกฎาคม)[1]
คาดว่าค่าเฉลี่ยของอัตราเงินเดือนจะเพิ่มขึ้นเป็น 5.1% ในปี 2023 จาก 4.9% ในปีนี้

GDP and CPI in Asia Pacific from 2019 to 2023

รูปที่ 1 ดัชนีผลิตภัณฑ์มวลรวมภายและดัชนีราคาผู้บริโภคในเอเชียแปซิฟิกตั้งแต่ปี 2019 ถึง 2023

แต่การเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นทั่วโลกยังคงเป็นสาเหตุทำให้องค์กรส่วนใหญ่ไม่มั่นใจว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อไปในอนาคตอันใกล้นี้ บริษัทกว่า 66% ในเอเชียแปซิฟิกระบุว่ายังไม่มีแผนการที่จะขยายหรือลดจำนวนพนักงานในอีก 12 เดือนข้างหน้า โดยองค์กรในตลาดที่มีการดำเนินธุรกิจแบบระวังตัวอยู่เสมออย่างออสเตรเลีย ฮ่องกง และไทย ก็ยังไม่มีแผนที่จะเพิ่มพนักงานในอีก 12 เดือนข้างหน้า แม้ว่าจะไม่ได้เผชิญกับอัตราเงินเฟ้อสูงเป็นประวัติการณ์เหมือนภูมิภาคอื่น แต่ผลกระทบของอัตราเงินเฟ้อเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้องค์กรต่าง ๆ ในเอเชียแปซิฟิกต้องวางแผนด้านค่าตอบแทนและทรัพยากรบุคคลให้ดียิ่งขึ้น

Headcount plans for the next 12 months of Asia Pacific organisations

รูปที่ 2 การวางแผนจำนวนพนักงานขององค์กรในเอเชียแปซิฟิก

ผลกระทบของอัตราเงินเฟ้อต่อผลตอบแทนพนักงาน

ผลกระทบของอัตราเงินเฟ้อทำให้องค์กรหลายแห่งต้องปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ด้านผลตอบแทนของพนักงาน แม้ในเอเชียแฟซิฟิก อัตราเงินเฟ้อจะไม่ได้ส่งผลกระทบต่อผลตอบแทนที่องค์กรมอบให้พนักงานมากนัก แต่ปัจจัยขับเคลื่อนที่ทำให้เงินเดือนพนักงานมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในทุกตลาดตั้งแต่ปี 2021 ถึง 2023 เป็นผลจากการแย่งชิงเพื่อดึงดูดและรักษาพนักงานขององค์กรต่าง ๆ เห็นได้จากกลยุทธ์การรักษาพนักงานขององค์กรที่พร้อมใจมอบโบนัสเพื่อดึงดูดพนักงานมากขึ้น โดยจำนวนเงินโบนัสที่มอบให้มีตั้งแต่ 15% ถึง 30% ของฐานเงินเดือนพนักงาน

ในสหรัฐอเมริกาและสหราชอาณาจักรที่ประสบปัญหาอัตราเงินเฟ้ออย่างหนัก องค์กรหลายแห่งต้องเพิ่มงบประมาณเงินเดือนประจำปีและเงินงบประมาณเพิ่มเติมอีกหลายด้านเพื่อปรับเงินเดือนพนักงานเป็นพิเศษ ซึ่งโดยปกติแล้วจะปรับโดยยึดตาม 'ความจำเป็น' การปรับเงินเดือนส่วนใหญ่ยังปรับมอบให้กลุ่มพนักงานเป้าหมาย เช่น พนักงานที่มีทักษะสูงและพนักงานที่มีแนวโน้มจะลาออก เพื่อสร้างแรงจูงใจให้อยู่กับองค์กรต่อไป นอกเหนือจากกลุ่มพนักงานที่มีความสามารถพิเศษแล้ว องค์กรยังมอบโบนัสในลักษณะนี้ด้วยรูปแบบของการช่วยอุดหนุนค่าครองชีพที่สูงขึ้นอีกด้วย โดยกลุ่มบุคลากรเป้าหมายที่จะได้รับโบนัสดังกล่าว ได้แก่ กลุ่มผู้จัดการ ผู้ประกอบวิชาชีพ และพนักงานที่มีทักษะสูงที่เป็นที่ต้องการของตลาด

Target groups of retention bonuses

รูปที่ 3 กลุ่มพนักงานเป้าหมายที่จะได้รับโบนัสเพื่อจูงใจให้อยู่กับองค์กรต่อไป

องค์กรหลายแห่งในสหรัฐอเมริกาและสหราชอาณาจักรยังให้ความสำคัญต่อการมอบค่าตอบแทนให้พนักงานในลักษณะอื่นที่ไม่ใช่ในรูปของการให้เงินมากขึ้นด้วย เช่น การเลื่อนตำแหน่งให้สูงขึ้นและการเสริมสร้างโปรแกรมด้านผลประโยชน์ของพนักงานให้ดีขึ้นกว่าเดิม รวมทั้งส่งเสริมให้มีการอบรมเรียนรู้และพัฒนาบุคลากรด้วย[2] ซึ่งองค์กรบางแห่งในเอเชียแปซิฟิกเริ่มนำกลยุทธ์เดียวกันนี้มาใช้มากขึ้น

อัตราเงินเฟ้อส่งผลต่อค่าใช้จ่ายด้านผลประโยชน์พนักงาน

จากการสำรวจแนวโน้มทางการแพทย์ทั่วโลกประจำปี 2023 ของ WTW คาดว่า ค่าใช้จ่ายด้านผลประโยชน์ของบริการสุขภาพในเอเชียแปซิฟิกจะเพิ่มขึ้นจาก 6.9% เป็น 10.2% ในปีหน้า และเกือบ 3 ใน 4 ของบริษัทประกันคาดว่าแนวโน้มนี้จะดำเนินต่อไปในอีก 3 ปีข้างหน้า ส่งผลให้องค์กรต่าง ๆ พากันมองหาลู่ทางตอบโจทย์ความต้องการด้านผลประโยชน์พนักงานทั้งแบบระยะสั้นและระยะยาว

โดยพบว่าการดำเนินการระยะสั้นขององค์กรหลายแห่งมีตั้งแต่การเปรียบเทียบแผนผลประโยชน์พนักงานกับองค์กรอื่นเพื่อทบทวนปรับเปลี่ยนแผนผลประโยชน์ของตัวเอง พร้อมกับมีการนำเทคโนโลยีมาใช้ขับเคลื่อนประสิทธิภาพการทำงานและรวมผลประโยชน์ด้านต่าง ๆ ให้ครอบคลุมอยู่ในแผนเดียว ไปจนถึงการเจรจากับนายหน้าประกันเพื่อให้พนักงานได้รับบริการสุขภาพดีที่สุด สำหรับมาตรการระยะยาวนั้นการสำรวจแนวโน้มผลประโยชน์พนักงานประจำปี 2021 ของเรา พบว่า มีองค์กรมากขึ้น (59%) ที่ให้ความสำคัญต่อการวิเคราะห์ข้อมูลค่าสินไหมทดแทนอย่างละเอียดเพื่อให้เข้าใจถึงแนวโน้มของค่าสินไหมทดแทนและเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพด้านค่าใช้จ่ายของบริการสุขภาพที่มอบให้พนักงาน นอกจากนี้ องค์กรต่าง ๆ ยังส่งเสริมในเรื่องของความเป็นอยู่ที่ดี เพื่อให้พนักงานมีสุขภาพและร่างกายแข็งแรง ซึ่งจะช่วยลดค่าใช้จ่ายที่เป็นค่าสินไหมทดแทนในระยะยาว รวมถึงลดค่าใช้จ่ายที่เกิดจากการลาป่วยของพนักงาน และช่วยให้องค์กรจัดสรรงบประมาณที่มีอยู่เพื่อส่งเสริมความเป็นอยู่ที่ดีของพนักงานให้มีประสิทธิภาพแทนการหาเงินทุนมาเป็นค่าใช้จ่ายด้านการดูแลสุขภาพพนักงานอยู่เรื่อย ๆ

ลดผลกระทบของอัตราเงินเฟ้อต่อพนักงานขององค์กร

สถานการณ์ทางการเงินในยุคปัจจุบันถือเป็นปัจจัยสำคัญที่สร้างความกังวลในหมู่พนักงานมากกว่าที่ผ่านมา ราคาสินค้าที่เพิ่มสูงขึ้นยังเป็นปัจจัยที่ทำให้พนักงานหลายคนรู้สึกเครียดและกังวลด้วย ซึ่งส่งผลต่อประสิทธิภาพการทำงานและความพึงพอใจต่องานที่ทำตามไปด้วย โดยในปี 2022 พบว่ามีพนักงานจำนวนมากขึ้นที่ต้องการลาออกจากองค์กรที่ทำงานอยู่เมื่อเทียบกับช่วงก่อนเกิดโรคระบาด ซึ่งมีพนักงานประมาณ 1 ใน[3] ที่แสดงเจตนาอย่างชัดเจนว่าจะลาออกจากองค์กรที่ทำอยู่ปัจจุบัน หรือกล่าวว่ารู้สึกไม่มั่นใจและมีแนวโน้มที่จะลาออก นอกจากนี้ ข้อมูลการวิเคราะห์ของฐานข้อมูลความคิดเห็นพนักงานของ WTW ประจำปี 2022 ยังพบว่า ความรู้สึกที่พนักงานมีต่อผลตอบแทนที่องค์กรมอบให้ลดลงหลายจุดด้วยกันเมื่อเทียบกับข้อมูลของปีที่แล้ว

Employees’ perception of rewards

รูปที่ 4 ความรู้สึกของพนักงานต่อผลตอบแทนที่องค์กรมอบให้

แม้ว่าค่าตอบแทนจะเป็นตัวขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้องค์กรดึงดูดและรักษาพนักงานคนเก่งไว้ได้ แต่การทำให้พนักงานขององค์กรรู้สึกผูกพันและมีประสบการณ์การทำงานที่ดีจะต้องขับเคลื่อนด้วยการมีเป้าหมายที่ชัดเจน วัฒนธรรมองค์กรที่ดี และผลประโยชน์ที่มีคุณค่าทั้งในปัจจุบันและในอนาคต

แหล่งที่มา

  1. 2022 Salary Budget Planning Survey Report (July edition) Return to article
  2. 2022 Inflation and reward actions pulse survey – US and Europe Return to article
  3. WTW Employee Opinion Norm Database – Q2 2022 Return to article

ติดต่อผู้เชี่ยวชาญของเรา

许文宗, 全球奖酬数据咨询业务国际区董事总经理

Edward Hsu

Rewards Data Intelligence Leader, International

Hamish Deery, Managing Director, Employee Experience

Hamish Deery

Managing Director, Employee Experience

Photo of Rajul Mathur

Rajul Mathur

Consulting Leader, Work and Rewards, India

James Coker

James Coker

Head of Business Development, Asia Pacific, Health & Benefits

ซอฟต์แวร์ที่เกี่ยวข้อง